


“ เราเป็นตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า (Honda) มือหนึ่ง มือสอง ที่จังหวัดยโสธร บริษัทเราให้บริการซื้อ-ขายรถมอเตอร์ไซค์ มือหนึ่ง มือสอง ฮอนด้า ลูกค้าสามารถนำมาเทิร์นได้ให้ราคาดี และขายถูกที่สุด ”








บริษัท สหกิจ มอเตอร์ไบค์ จำกัด
เลขที่ 308 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000
social.sahakit@gmail.com
3 รถเกียร์ออโต้ ยอดนิยม ปี 2026
เจาะลึกเทรนด์รถมอเตอร์ไซค์ยอดฮิต! 3 รถออโต้ ยอดนิยม ปี 2026 เมื่อปี 2026 เวียนมาถึง วงการยานยนต์สองล้อก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม "รถออโต้" (Scooter) ที่กลายเป็นขวัญใจอันดับหนึ่งของผู้ขับขี่ในเมืองและคนรุ่นใหม่ ด้วยความสะดวกสบายในการขับขี่ เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และดีไซน์ที่หลากหลายวันนี้เราจะมาเจาะลึก 3 รุ่นรถออโต้ระดับ "ท็อปตัวจริง" ที่ครองใจผู้ใช้และมียอดจำหน่ายสูงสุดในปี 2026 มาดูกันว่ารุ่นไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุดครับ1. [ชื่อรุ่นรถออโต้ที่ 1 เช่น All New Honda Scoopy] – แชมป์ดีไซน์และการประหยัดนี่คือรถที่ยังคงครองแชมป์ความนิยมอย่างต่อเนื่องสำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงในปี 2026จุดเด่น: มาพร้อมกับดีไซน์ที่ได้รับการอัปเกรดให้ดูโมเดิร์นและสปอร์ตยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ "ไฟหน้าวงกลม" ที่เป็นภาพจำ ระบบกุญแจรีโมทแบบ Honda Smart Key ถูกนำมาใช้กับทุกรุ่นย่อย ทำให้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้นสมรรถนะ: เครื่องยนต์ [เช่น eSP+ 110cc] ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ให้ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง [เช่น 59 กม./ลิตร] ขี่ง่าย น้ำหนักเบา คล่องตัวในตรอกซอกซอยที่รถติดหนักตอบโจทย์: ผู้ขับขี่วัยรุ่น, เน้นการใช้งานทั่วไปในระยะสั้น-ปานกลาง, ผู้ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และการประหยัดค่าใช้จ่าย2. [ชื่อรุ่นรถออโต้ที่ 2 เช่น All New Honda Lead 125] – ผู้ชนะเรื่อง "ความคุ้มค่า" และ "พื้นที่ใช้สอย"สำหรับคนทำงานและครอบครัวที่ต้องการรถออโต้ที่ "ทำได้มากกว่า" แค่ขับขี่ รุ่นนี้คือผู้ชนะตัวจริงในปี 2026 ครับจุดเด่น: โดดเด่นด้วยพื้นที่ใต้เบาะ U-Box ที่ใหญ่ที่สุดในระดับเดียวกัน [เช่น ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ 2 ใบ!] พร้อมช่องเก็บของด้านหน้าและช่องชาร์จไฟแบบ USB-C ที่เป็นมาตรฐาน ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มหาศาลสมรรถนะ: ขยับความแรงขึ้นมาที่เครื่องยนต์ [เช่น eSP+ 4 วาล์ว 125cc] ให้พลังที่แรงสะใจแต่ยังคงความประหยัด และมาพร้อมกับระบบเบรก CBS ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถตอบโจทย์: ผู้ใช้งานจริงที่ต้องขนของบ่อย, พนักงานออฟฟิศ, แม่บ้านจ่ายตลาด, หรือใครก็ตามที่ต้องการรถที่ "ครบเครื่อง" และคุ้มค่าเงินที่สุด3. [ชื่อรุ่นรถออโต้ที่ 3 เช่น Honda Forza350] – ตัวจริงระดับพรีเมียม สำหรับสายเดินทางและบิ๊กสกู๊ตเตอร์ปิดท้ายด้วยรุ่นที่ครองตลาด Big Scooter ขนาดกลาง (300cc-400cc) ได้อย่างเบ็ดเสร็จในปี 2026จุดเด่น: ภาพลักษณ์ที่ดูภูมิฐาน หรูหรา มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบจัดเต็ม เช่น ชิวหน้าไฟฟ้าปรับระดับได้ (Electric Windshield), ระบบควบคุมแรงบิด (HSTC), และระบบเบรก ABS หน้า-หลัง เป็นมาตรฐานสมรรถนะ: หัวใจสำคัญคือเครื่องยนต์ [เช่น eSP+ 330cc] ที่ให้พลังแรงบิดดีเยี่ยม เร่งแซงมั่นใจ ทนทานสำหรับการเดินทางไกล และสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้เต็มรูปแบบผ่านระบบ [เช่น Honda RoadSync]ตอบโจทย์: ผู้ขับขี่ที่ต้องการความเหนือระดับ, ชอบการเดินทางไกลหรือออกทริป, ขับขี่ข้ามจังหวัด, และผู้ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะและความปลอดภัยสูงสุดสรุป: เลือกรุ่นไหนดีที่สุดสำหรับคุณ?การเลือก 1 ใน 3 รุ่นนี้ ขึ้นอยู่กับ "สไตล์" และ "การใช้งาน" ของคุณครับ:ถ้าคุณต้องการ ดีไซน์ที่โดดเด่น คล่องตัว และประหยัด สำหรับการใช้งานทั่วไป 👉 เลือก [รุ่นที่ 1]ถ้าคุณต้องการ ความคุ้มค่า พื้นที่เก็บของมหาศาล และความเอนกประสงค์ 👉 เลือก [รุ่นที่ 2]ถ้าคุณต้องการ สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น เทคโนโลยีพรีเมียม และการเดินทางไกลที่สะดวกสบาย 👉 เลือก [รุ่นที่ 3]

ไขข้อข้องใจ! น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ Honda แต่ละแบบต่างกันยังไง? เลือกขวดไหนดีที่สุดสำหรับรถคุณ
คุณเคยยืนงงหน้าชั้นวางน้ำมันเครื่องในศูนย์บริการ หรือเวลาช่างถามว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแบบไหนดีไหมครับ? ยิ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ Honda คู่ใจ ก็ยิ่งอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ แต่เจ้าขวดหลากสี หลายเกรด ทั้ง "สังเคราะห์แท้", "กึ่งสังเคราะห์", หรือขวดสีฝาแดง ฝาน้ำเงิน มันต่างกันตรงไหน และส่งผลต่อรถเรายังไงวันนี้เราจะมาผ่าคำตอบแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเลือกน้ำมันเครื่องได้ถูกต้อง ตรงจุด และคุ้มค่าที่สุดครับ ทำไมน้ำมันเครื่องถึงสำคัญนัก? น้ำมันเครื่องไม่ใช่แค่สารหล่อลื่นธรรมดา แต่มันคือ "หัวใจ" ในการปกป้องเครื่องยนต์ โดยหน้าที่หลักมีดังนี้:หล่อลื่น: ลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์ระบายความร้อน: ช่วยพาความร้อนออกจากห้องเผาไหม้ทำความสะอาด: ชะล้างคราบเขม่าและสิ่งสกปรกไม่ให้เกาะติดชิ้นส่วนป้องกันสนิมและกัดกร่อน: สร้างฟิล์มบางๆ เคลือบชิ้นส่วนภายในดังนั้น การเลือกน้ำมันเครื่องผิดประเภท หรือการไม่เปลี่ยนตามกำหนด อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว กินน้ำมัน และอาจถึงขั้นเครื่องหลวมได้Gemini บอกว่านี่คือเนื้อหาบทความและหัวเรื่องที่ออกแบบมาให้เข้ากับภาพกราฟิกของคุณครับ:หัวเรื่อง: ไขข้อข้องใจ! น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ Honda แต่ละแบบต่างกันยังไง? เลือกขวดไหนดีที่สุดสำหรับรถคุณคุณเคยยืนงงหน้าชั้นวางน้ำมันเครื่องในศูนย์บริการ หรือเวลาช่างถามว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแบบไหนดีไหมครับ? ยิ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ Honda คู่ใจ ก็ยิ่งอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ แต่เจ้าขวดหลากสี หลายเกรด ทั้ง "สังเคราะห์แท้", "กึ่งสังเคราะห์", หรือขวดสีฝาแดง ฝาน้ำเงิน มันต่างกันตรงไหน และส่งผลต่อรถเรายังไงวันนี้เราจะมาผ่าคำตอบแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเลือกน้ำมันเครื่องได้ถูกต้อง ตรงจุด และคุ้มค่าที่สุดครับทำไมน้ำมันเครื่องถึงสำคัญนัก?น้ำมันเครื่องไม่ใช่แค่สารหล่อลื่นธรรมดา แต่มันคือ "หัวใจ" ในการปกป้องเครื่องยนต์ โดยหน้าที่หลักมีดังนี้:หล่อลื่น: ลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์ระบายความร้อน: ช่วยพาความร้อนออกจากห้องเผาไหม้ทำความสะอาด: ชะล้างคราบเขม่าและสิ่งสกปรกไม่ให้เกาะติดชิ้นส่วนป้องกันสนิมและกัดกร่อน: สร้างฟิล์มบางๆ เคลือบชิ้นส่วนภายในดังนั้น การเลือกน้ำมันเครื่องผิดประเภท หรือการไม่เปลี่ยนตามกำหนด อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว กินน้ำมัน และอาจถึงขั้นเครื่องหลวมได้เจาะลึก: น้ำมันเครื่อง Honda (Pro Honda) แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?โดยทั่วไป น้ำมันเครื่องจะแบ่งเกรดตาม "น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil)" ที่นำมาผลิต ซึ่งสำหรับ Pro Honda จะมีหลักๆ 3 ประเภทที่นิยมใช้ในศูนย์บริการ (ตามภาพกราฟิก):1. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% (Fully Synthetic) – (เทียบเท่าขวดฝาสีทอง)นี่คือ "ตัวท็อป" ของน้ำมันเครื่อง ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานที่ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมีขั้นสูง เพื่อให้ได้โมเลกุลน้ำมันที่สม่ำเสมอและบริสุทธิ์ที่สุดข้อดี:ทนความร้อนสูงมาก: ฟิล์มน้ำมันไม่แตกง่ายแม้ขับขี่ต่อเนื่องยาวนาน หรือในสภาพรถติดหนักลื่นที่สุด: ลดแรงเสียดทานได้ดีเยี่ยม เครื่องยนต์ทำงานเงียบและตอบสนองไวอายุการใช้งานนานกว่า: เสื่อมสภาพช้ากว่าแบบอื่น ทำให้ยืดระยะการเปลี่ยนถ่ายได้สตาร์ทติดง่ายในตอนเช้า: น้ำมันไหลเวียนได้ดีแม้เครื่องยนต์เย็นเหมาะกับใคร: ผู้ที่รักรถมาก, ต้องการสมรรถนะสูงสุด, ขับขี่ออกทริปทางไกลบ่อย, หรือใช้รถในเมืองที่รถติดหนักความร้อนสะสมสูง2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) – (เทียบเท่าขวดฝาสีแดง)คือการนำ "น้ำมันสังเคราะห์แท้" มาผสมกับ "น้ำมันแร่ธรรมชาติ" ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ดีกว่าน้ำมันแร่ แต่ราคาจับต้องได้มากกว่าแบบสังเคราะห์แท้ 100% เป็นเกรดมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากที่สุดข้อดี:คุ้มค่าที่สุด: ให้การปกป้องที่ดีกว่าน้ำมันแร่ ในราคาที่เพิ่มขึ้นไม่มากทนความร้อนได้ดี: เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันช่วยลดการสึกหรอ: ได้ดีกว่าน้ำมันแร่ธรรมดาเหมาะกับใคร: ผู้ใช้งานทั่วไป, ขับขี่ไปทำงาน-กลับบ้าน, ต้องการการปกป้องที่เหนือมาตรฐานแต่คุมงบประมาณได้3. น้ำมันเครื่องธรรมดา หรือ น้ำมันแร่ (Mineral Oil) – (เทียบเท่าขวดฝาสีน้ำเงิน)ผลิตจากการกลั่นน้ำมันดิบโดยตรง เป็นเกรดพื้นฐานที่สุด มีประสิทธิภาพในการปกป้องตามมาตรฐานข้อดี:ราคาถูกที่สุด: ประหยัดงบประมาณในการเปลี่ยนถ่ายแต่ละครั้งข้อเสีย:ทนความร้อนต่ำกว่า: เสื่อมสภาพเร็วหากเครื่องยนต์ร้อนจัดอายุการใช้งานสั้น: ต้องเปลี่ยนถ่ายบ่อยกว่าแบบสังเคราะห์เหมาะกับใคร: รถเก่าที่ใช้งานไม่หนัก, รถที่เครื่องยนต์เริ่มหลวม (อาจใช้น้ำมันแร่ที่ข้นกว่าเพื่อลดอาการกินน้ำมันเครื่อง), หรือผู้ที่ต้องการประหยัดงบที่สุดและพร้อมเปลี่ยนถ่ายตามกำหนดอย่างเคร่งครัดสรุป: แล้วฉันควรเลือกแบบไหน?เพื่อการตัดสินใจที่ง่ายที่สุด ให้พิจารณาจาก 3 ปัจจัยนี้ครับ:ประเภทรถของคุณ:รถ Big Bike, รถสปอร์ต, รถ Scooter ขนาดใหญ่ (Forza, ADV): สังเคราะห์แท้ คือคำตอบที่ดีที่สุดรถครอบครัว (Wave), รถ Scooter ทั่วไป (Scoopy, Click): กึ่งสังเคราะห์ คุ้มค่าและเพียงพอ แต่ถ้าอยากให้เครื่องลื่นๆ สังเคราะห์แท้ ก็ใส่ได้ครับลักษณะการใช้งาน:ขับวิน, ไรเดอร์, รถติดหนัก, ออกทริป: สังเคราะห์แท้ จำเป็นมากขี่ชิลๆ ไปจ่ายตลาด: กึ่งสังเคราะห์ ก็เหลือเฟืองบประมาณในกระเป๋า:ถ้าสู้ราคาไหว: สังเคราะห์แท้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวเน้นคุ้มค่า: กึ่งสังเคราะห์ คือทางสายกลางบทสรุปสุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกน้ำมันเครื่องเกรดไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การเปลี่ยนถ่ายตามระยะที่กำหนด" เสมอครับ เพราะน้ำมันเครื่องที่เสื่อมสภาพจะไม่สามารถปกป้องเครื่องยนต์ได้เลย เข้าไปปรึกษาช่างที่ศูนย์บริการ Honda ใกล้บ้านเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องที่สุดสำหรับรถคุณนะครับ

ไขข้อข้องใจ รถมอเตอร์ไซค์ Honda รุ่นไหนประหยัดน้ำมันที่สุด? ในช่วงน้ำมันแพง!
ยุคนี้ใครๆ ก็บ่นเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนไทยคือการหันมาใช้รถมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะรถจากค่ายยักษ์ใหญ่พึ่งพาได้อย่าง Honda วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกดูว่า รถมอเตอร์ไซค์ Honda รุ่นไหนที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุด? เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าคันไหนตอบโจทย์คุณที่สุด 🚀 รถ Honda รุ่นยอดฮิต ประหยัดน้ำมันจริงหรือ?Honda เป็นค่ายรถที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี Honda PGM-Fi (ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ) และเทคโนโลยี eSP+ (Enhanced Smart Power Plus) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิง ลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการขับขี่เมื่อพูดถึงความประหยัด ต้องขีดเส้นใต้ที่รถ กลุ่ม Automatic (สกู๊ตเตอร์) และ กลุ่มครอบครัว (รถมีเกียร์) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ Honda พัฒนาให้เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างประหยัดที่สุด เลือกคันไหนดี? บทสรุปสำหรับการตัดสินใจเพื่อตอบคำถามว่า "รถ Honda รุ่นไหน ประหยัดน้ำมันที่สุด?" ต้องพิจารณาความประหยัดควบคู่ไปกับลักษณะการใช้งานของคุณ:ถ้าคุณต้องการความประหยัดน้ำมันสูงสุดในชีวิตประจำวัน (ใช้งานทั่วไป, รับส่งลูก, จ่ายตลาด):ผู้ชนะ: Honda Wave 110i (เน้นตัวเลขประหยัดสูงสุด) หรือ Honda Lead125 / Honda Giorno+ (ถ้าชอบแบบออโต้)ถ้าคุณต้องการความประหยัดในเมืองใหญ่ (ต้องการความคล่องตัว, ระบบ Idling Stop, ดีไซน์วัยรุ่น):ผู้ชนะ: All New Honda Scoopyถ้าคุณต้องการความประหยัดในการออกทริปทางไกล (ต้องการสมรรถนะ, ความสบาย):ผู้ชนะ: Honda Forza350สรุป: ไม่ว่าคุณจะเลือก Honda รุ่นไหน แต่ด้วยเทคโนโลยี PGM-Fi และ eSP+ ที่ถูกติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน คุณมั่นใจได้เลยว่า รถ Honda จะเป็นเพื่อนคู่ใจที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากที่สุด ในทุกๆ การเดินทาง








430 ฿
250 ฿
110 - 134 ฿
109 - 125 ฿

215 ฿

160 ฿

190 ฿

90 ฿